ทำไมบางครั้งชาเขียวถึงไม่เป็นสีเขียว? Aroma มีคำตอบ!

ทำไมบางครั้งชาเขียวถึงไม่เป็นสีเขียว? Aroma มีคำตอบ!

เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ไปทั่วโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือ “ชาเขียว” โดยเฉพาะในประเทศไทยเรา ที่ชาเขียวถูกนำมาผสมกับวัตถุดิบต่าง ๆ อาทิ นม ไข่มุก เผือก โกโก้ หรืออื่น ๆ จนทำให้เกิดชาที่มีสีสันหลากหลาย อย่างไรก็ตาม บางครั้งชาเขียวปกติก็ไม่ได้มีสีเขียวเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังมีชื่อเรียกที่ต่างกัน แม้จะทำมาจากใบชาเหมือนกัน

Aroma จึงขอมาไขข้อสงสัยที่ว่า “ทำไมบางครั้งชาเขียวถึงไม่เป็นสีเขียว?” ให้ทุกท่านได้เข้าใจ และทราบถึงที่มาที่ไปของชาที่ไม่ใช่สีเขียวกัน

“สีเขียว” ของน้ำชา

ก่อนจะพูดถึงชาบางชนิดที่ไม่ได้เป็นสีเขียว มาดูกันก่อนว่าสีเขียวของชานั้นมีสาเหตุมาจากที่ใด หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าในใบไม้นั้นจะมีสารที่เรียกว่า “คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)” ซึ่งเป็นสารประกอบของพืช มีหน้าที่ในการสังเคราะห์แสงจากดวงอาทิตย์และสร้างสารอินทรีย์เพื่อหล่อเลี้ยงพืช ซึ่งสาเหตุที่ใบชามีสีเขียว ก็เพราะว่าสารคลอโรฟิลล์สามารถดูดกลืนแสงได้ดีที่ช่วงคลื่นของแสงสีฟ้าและสีแดง แต่ดูดกลืนช่วงคลื่นแสงสีเหลืองและเขียวได้น้อย ใบชาจึงเป็นสีเขียวนั่นเอง

น้ำที่ชงมาจากใบชาเขียวนั้น จึงมีสารคลอโรฟิลล์ที่ส่งผลให้เกิดสีเขียวขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามสีเขียวของน้ำชานั้นก็มีหลากหลาย บ้างก็เป็นโทนสีอ่อน บ้างก็มีโทนสีที่เข้มกว่า

ชาเขียวที่มีโทนสีต่างกัน เป็นเพราะอะไร?

มาถึงส่วนที่หลาย ๆ คนสงสัยว่าทำไมชาเขียวถึงได้มีสีที่แตกต่างกันไป สำหรับผู้ที่ไม่ศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับเครื่งดื่มชนิดนี้ อาจจะไม่ทราบ เพราะชาเขียวโดยเฉพาะในญี่ปุ่นนั้นมีหลากหลายชนิดมาก ซึ่งโทนที่อ่อนหรือเข้มกว่านั้นเป็นผลมาจากกรรมวิธีการเก็บเกี่ยวและแปรรูปใบชาก่อนชง ยกตัวอย่างเช่น

ชาเคียวคุโระ (Kyokuro)

เป็นชาเขียวญี่ปุ่นที่มีสีเขียวอ่อนและได้ชื่อว่าเป็นชาราคาแพงที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งจะมีวิธีการผลิต โดยต้นชาจะถูกคลุมด้วยเสื่อฟางในช่วงสัปดาห์ท้าย ๆ ก่อนการเก็บเกี่ยว และใช้น้ำร้อนในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าและเวลาชงจะแช่น้ำนานกว่าชาทั่วไป เป็นชาที่มีรสหวาน ซึ่งชื่อเคียวคุโระ นั้นหมายถึง “น้ำค้างหยก” ที่สื่อถึงสีเขียวอ่อนของชาชนิดนี้นี่เอง

ชาเกนไมฉะ (Genmaicha)

ชาเกนไมฉะนั้นอาจไม่เหมือนกับชาปกติที่หลายท่านมักนึกถึง เนื่องจากมีวิธีการผลิตที่แตกต่างออกไป คือใบชานั้นจะถูกนำไปคั่วกับข้าวกล้อง ส่งผลให้น้ำชานั้นมีสีเหลืองอ่อนมีรสคล้ายถั่ว แถมดื่มได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งเกนไมฉะนั้นมีแป้งจากข้าวที่ช่วยปรับสภาพกระเพาะอาหารให้มีความอุ่น จึงนิยมดื่มกัน

ชาโฮจิฉะ (Hojicha)
ชาเขียวโฮจิฉะถูกนำไปคั่วหลังเก็บเกี่ยว ทำใบชาสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง น้ำชาที่ได้จึงมีสีเดียวกัน มีกลิ่นหอมจากการคั่วที่ชัดเจน แถมยังมีคาเฟอีนต่ำกว่าชาชนิดอื่น ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมดื่มในช่วงตอนเย็น เพื่อช่วยให้นอนหลับได้สบายมากขึ้น

ชามัทฉะ (Matcha)
หลายคนอาจเคยได้ลองดื่มชามัทฉะที่เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คงทราบกันจว่าเป็นใบชาบดละเอียด มีสีเขียวขุ่น รสชาติหวานเข้มข้น ประโยชน์ชาเขียวมัทฉะคือช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งชาชนิดนี้สามารถละลายน้ำได้จึงถูกนำไปใช้ทำนม ไอศกรีม เค้ก หรือของหวานชนิดอื่น ๆ จนได้รับความนิยมจากหลากหลายประเทศในปัจจุบัน

นอกจากชาเขียวที่มีโทนสีที่แตกต่างกันตามชนิดแล้ว ยังมีชาจีน ชาดำ ชาอู่หลง หรือชาแม้กระทั่งขาว ที่มีสีและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ส่วนการเลือกดื่มชานั้นก็ขึ้นอยู่ความชอบของแต่ละคน หากชื่นชอบชาที่มีรสชาติเข้มข้นอาจเลือกเป็นชาดำหรือชาอู่หลง ส่วนหากท่านใดต้องการผ่อนคลายก็ขอแนะนำให้ดื่มชาเขียวมัทฉะหรือโฮจิฉะ

Share on Facebook
Share on Line