ยามง่วงนอนในวันทำงาน การได้กาแฟสักแก้วมาเติมชีวิตชีวาก็นับว่าฮีลใจได้ไม่น้อย แต่ทว่าปัญหาที่มักมาควบคู่กับการดื่มกาแฟของพวกเราชาวทำงาน ก็คงหนีไม่พ้นการซัดกาแฟเท่าไหร่ก็ยังไม่หายง่วงอยู่ดี นับเป็นอีกปัญหาวาระแห่งชาติของเหล่าคอกาแฟเลยก็ว่าได้ วันนี้ Aroma จึงอยากพาทุกคนไปไขข้อข้องใจว่าทำไม “ดื่มกาแฟแก้ง่วงแล้ว แต่ก็ยังง่วงเหมือนเดิม!?”
คาเฟอีน คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร
คาเฟอีน (Caffeine) จัดอยู่ในสารแซนทีนอัลคอลลอยด์ (Xanthine Alkaloid) ที่พบได้บ่อยตามธรรมชาติ พบมากเป็นพิเศษในกลุ่มชาและกาแฟ ซึ่งหากเราจะพูดถึงคาเฟอีน กาแฟก็มักมาเป็นอันดับแรกเสมอ ในบทบาทของกาแฟ คาเฟอีนถือเป็นพระเอกตัวเก่งที่ทำให้ผู้คนหันมาดื่มกาแฟกันเยอะขึ้น เพราะคาเฟอีน มีข้อดี คุณประโยชน์ ตลอดจนบทบาทสำคัญต่อร่างกายเราไม่น้อยเลย จุดเด่นได้แก่ การไปกระตุ้นสารสื่อประสาท ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า ดื่มแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวา
หลักการทำงานของกาแฟและคาเฟอีน ก็ไม่ได้ซับซ้อนเท่าไรนัก เมื่อไหร่ที่เราดื่มกาแฟเข้าไป กาแฟจะถูกดูดซึมผ่านกระเพาะสู่ลำไส้ก่อนจะไปยังกระแสเลือดในที่สุดในเวลาอันสั้น ทีนี้เจ้าคาเฟอีนตัวเก่งจะแตกตัวไปเป็นสารประกอบที่มีความสามารถไปเพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาท เช่น เพิ่มสารโดพามีน (Dopamine) และ นอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) ที่ช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัว สดชื่น มีสมาธิและสร้างเสริมขบวนการคิดวิเคราะห์ ขณะเดียวกัน คาเฟอีนยังมีส่วนสำคัญไปขัดขวางการทำงานของอะดีโนซีนหรือสารแห่งการง่วงนอนส่งผลให้อะดีโนซีนไม่สามารถจับกับตัวรับสารสื่อประสาทในสมองได้ ร่างกายจึงไม่รู้สึกง่วงนอน ฉะนั้นการทำงานในหลายบทบาทของคาเฟอีน จึงกลายมาเป็นพระเอกที่ช่วยให้ร่างกายเราสดชื่นไร้อาการง่วงนอนได้นั่นเอง
เปิด 7 เหตุผล ทำไมบางคนดื่มกาแฟแล้วยังง่วง
ไม่ใช่ทุกคนที่ดื่มกาแฟแล้วจะตาสว่าง เพราะสำหรับบางคนแล้ว ยิ่งดื่มกาแฟมากเท่าไหร่ก็ยิ่งง่วงมากเท่านั้น บางคนก็มักเจอปัญหา ดื่มแล้วไม่รู้สึกตื่นตัวขึ้นแล้ว จนเกิดเป็นข้อสงสัยว่า “ทำไมกันนะ ดื่มกาแฟแล้ว ยังง่วงอยู่!” และนี่คือ 7 เหตุผลไขข้อสงสัย
คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อน ๆ
แม้คาเฟอีนจะเป็นพระเอกตัวหลัก ที่นอกจากกระตุ้นสารสื่อประสาท ทำให้ร่างกายตื่นตัวได้แล้วนั้น คาเฟอีนยังมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะอ่อน ๆ จะสังเกตได้ว่า เมื่อไหร่ที่เราดื่มกาแฟจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อเราปัสสาวะออกไปบ่อย ๆ แล้วขาดการดื่มน้ำตามมาก ๆ ร่างกายก็จะรู้สึกอ่อนเพลียลงได้ จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุว่าทำไม ดื่มกาแฟแล้วรู้สึกง่วง ๆ เพลีย ๆ ได้นั่นเอง
กาแฟ อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำลง
เนื่องจากร่างกายเกิดการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ขับปัสสาวะของคาเฟอีน จึงมีส่วนทำให้ร่างกายขาดน้ำไปใช้ในระบบไหลเวียนเลือดและการรักษาความดันโลหิต ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและความดันโลหิตต่ำลง จนเกิดภาวะอ่อนเพลีย หมดแรงและรู้สึกง่วงนอน อยากพักผ่อนได้
คาเฟอีนขัดขวางการทำงานอะดีโนซีน
อะดีโนซีน หรือ สารแห่งการง่วงนอน ตัวการที่คาเฟอีนมักชอบไปขัดขวางการทำงานในทุกครั้ง ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรอ? แต่ความจริงแล้ว บทบาทหลักของคาเฟอีนคือการไปขัดขวางการทำงานสารอะดีโนซีนไม่ให้จับกับตัวรับสารอักทีหนึ่ง ไม่ได้มีส่วนช่วยลดการหลั่งสารอะดีโนซีน จึงทำให้แม้ร่างกายสามารถหลั่งอะดีโนซีนออกมาตามปกติ เพียงแต่สารตัวนี้ก็ไม่สามารถจับการสารสื่อประสาทได้ จึงไม่ทำให้ไม่รู้สึกง่วงนอน แต่! การทำงานของคาเฟอีนจะอยู่ได้เพียง 30 นาทีเท่านั้น นั่นหมายความว่า เมื่อหมดฤทธิ์คาเฟอีน อะดีโนซีนที่ถูกหลั่งสะสมไว้ก็จะสามารถกลับมาจับตัวรับสารสื่อประสาทได้ จึงทำให้เรารู้สึกง่วงนอนหลังดื่มกาแฟได้ประมาณ 15 – 30 นาที ยิ่งหลั่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกง่วงมากเท่านั้น
ดื่มกาแฟแล้วง่วง เพราะน้ำตาล
สำหรับใครที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟเหลือเกิน แต่ทว่าเป็นกาแฟนมใส่น้ำตาลแบบหวานร้อย! ต้องบอกเลยว่าตัวการอยู่ที่ น้ำตาลและความหวาน นั่นเอง เพราะถึงแม้เราจะดื่มกาแฟที่อุดมไปด้วยคาเฟอีนตัวเก่ง แต่หากเติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมแบบหวานตัดขา น้ำตาลนี่แหละที่เป็นตัวการหลักทำให้ง่วงนอน เนื่องจากน้ำตาลในเลือดจะมีปริมาณสูงขึ้น ระดับอินซูลินก็จะเพิ่มมากขึ้น ร่างกายก็ยิ่งดึงน้ำตาลไปใช้ ระดับพลังงานในร่างกายก็จะค่อย ๆ ลดลง จนทำให้เรารู้สึกเพลียหรือง่วงนอนได้ ในอีกทางหนึ่ง การบริโภคกาแฟใส่น้ำตาลมาก ๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ยังส่งผลต่อการเพิ่มกรดอะมิโนในสมองที่มากจนเกินไป จึงเกิดการเสียสมดุลของฮอร์โมนในสมองได้ เป็นผลทำให้ร่างกายเกิดอ่อนล้า เพลียและรู้สึกง่วงนอนได้นั่นเอง
ดื่มกาแฟช่วงสาย หรือ บ่ายของวัน
สำหรับบางคนแล้วในช่วงสายหรือบ่ายของวัน อาจเป็นช่วงที่ร่างกายหลั่งสารอะดีโนซีนออกมาเป็นจำนวนมากจนเกิดอาการง่วงนอน บุคคลเหล่านั้นจึงหันไปดื่มกาแฟเพื่อแก้อาการง่วงในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งความจริงแล้ว การดื่มกาแฟในช่วงเวลานี้ไม่ช่วยทำให้เราหายง่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความง่วงออกมาแล้ว คาเฟอีนที่ว่าเก่งก็ไม่สามารถไปขัดขวางการทำงานของสารดังกล่าวได้ นั่นก็เพราะคาเฟอีนไม่ได้มีความสามารถไปขัดขวางการทำงานของสารทำให้ง่วง แต่มีความสามารถไปขัดขวางกับตัวรับสาร ฉะนั้น แม้ดื่มกาแฟในตอนที่ร่างกายง่วงก็ไม่อาจทำให้หายง่วงได้ เพราะอย่างไร สารอะดีโนซีนก็จะยังคงหลั่งได้อยู่เหมือนเดิมนั่นเอง
ร่างกายสู่ภาวะ ดื้อกาแฟ
หลายคนติดการดื่มกาแฟบ่อยเป็นประจำทุกวัน บ้างก็ดื่มวันละหลายแก้วจนชิน และนั่นอาจทำให้ร่างกายรับเอาคาเฟอีนในปริมาณเท่าเดิมทุกวันจนถึงขั้นที่ร่างกายดื้อต่อคาเฟอีนในที่สุด ส่งผลให้เมื่อเราดื่มกาแฟปริมาณเท่าเดิมก็ไม่อาจไปกระตุ้นร่างกายให้สดชื่นหรือกระปรี้กระเปร่าได้อีก หนำซ้ำร่างกายจะยิ่งอยากรับคาเฟอีนปริมาณที่มากกว่าเดิม จึงเป็นเหตุให้ดื่มกาแฟเข้าไปเท่าไหร่ร่างกายก็ยังรู้สึกง่วงนอนอยู่ อาจเป็นไปได้ว่า ร่างกายของคุณอาจเข้าสู่ภาวะดื้อต่อคาเฟอีนไปซะแล้ว
นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
หากร่างกายของเราอยู่ในโหมดอ่อนเพลียมาก ๆ จากการพักผ่อนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ กาแฟก็อาจช่วยได้ไม่เต็มที่ เมื่อหมดฤทธิ์กาแฟ ร่างกายจะกลับคืนสู่โหมดปกติ สารสื่อประสาทก็จะกลับมาหลั่งปกติ ยิ่งเมื่อไหร่ที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะหลั่งสารอะดีโนซีน (Adenosine) ออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งสารตัวนี้เองที่มีฤทธิ์ทำให้เราง่วงนอน ฉะนั้น แม้เราจะดื่มกาแฟเพื่อแก้อาการง่วงเข้าไป แต่ร่างกายเกิดอ่อนเพลียมากจึงการหลั่งสารง่วงอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ร่างกายเราจะยังคงง่วงอยู่แม้ดื่มกาแฟไปแล้วก็ตาม
รวมวิธีแก้อาการง่วงหลังดื่มกาแฟ

แม้บางคนอาจประสบปัญหาดื่มกาแฟแล้วง่วงนอน แต่อาการเหล่านี้รวมถึงสาเหตุที่ว่ามาจาก 7 ข้อด้านบน สามารถแก้ไขได้ด้วย 2 วิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
ค่อย ๆ ปรับลดการดื่มกาแฟลง : สำหรับบางที่อาจมีภาวะดื้อคาเฟอีนหรือดื่มกาแฟเท่าไหร่ก็ยังง่วงอยู่ ให้ลองวิธีค่อย ๆ ลดปริมาณกาแฟที่ดื่มต่อวันลง เช่น หากดื่มหลายแก้วต่อวันให้ลดจำนวนแก้วลงเหลือเพียงไม่เกิน 1 – 2 แก้วต่อวัน เพราะปริมาณคาเฟอีนที่ควรได้รับจะอยู่ในเกณฑ์ที่พอดี (ไม่เกิน 200 – 400 mg) หรือค่อย ๆ ปรับลดจำนวนการดื่มต่อสัปดาห์ เช่น จากเดิมที่ดื่มทุกวัน ให้ลองลดเป็น 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวต่อคาเฟอีน จะทำให้ร่างกายกลับมาตอบสนองกับคาเฟอีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พักผ่อนให้เพียงพอต่อวัน : แม้กาแฟจะมีคาเฟอีนที่ช่วยลดอาการง่วงได้ แต่การพักผ่อนให้เพียงพอต่อวันยังเป็นสิ่งสำคัญมากเสมอ เพื่อให้การทำงานของคาเฟอีนทำงานได้อย่างเต็มที่และไม่ให้เสียชื่อกาแฟที่ซื้อมาดื่มแก้ง่วง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ปริมาณอะดีโนซีนก็จะสามารถหลั่งได้ตามปกติ ไม่มากจนเกินไป เมื่อดื่มกาแฟเข้าไปคาเฟอีนที่ได้ก็จะสามารถทำงานได้อย่างหมดห่วง
แม้กาแฟและคาเฟอีนจะมีจุดเด่นและคุณประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะแก้อาการง่วงนอน แต่การดื่มผิดช่วงเวลา ปริมาณที่มากเกินไปหรือใส่สารปรุงแต่งเยอะ ก็ใช่ว่าร่างกายจะตอบสนองได้ดีเสมอ ฉะนั้นการดื่มกาแฟให้ได้ข้อดีจากคาเฟอีนอย่างเต็มที่ ก็จำเป็นต้องศึกษาตัวแปรให้ดี ทีนี้ก็หมดห่วงเรื่องดื่มกาแฟแล้วยังง่วงไปได้เลย
