ชา

aromathailand

Kyoto Matcha Green Tea

ชาเขียวมัทฉะแท้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เกรด Premium

ดูเพิ่มเติม
aromathailand

Matcha Green Tea Base

ชาเขียวมัทฉะแท้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เกรด standard

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO BLACK TEA DELIGHT

ชาแคปซูล Black Tea Delight ด้วยคุณภาพอันเป็นที่สุดจากแหล่งปลูกชาอันเลื่องชื่อชาแคปซูล AROMESSO

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO CEYLON TEA

ชาแคปซูล AROMESSO เป็นชาซีลอนคุณภาพมาตรฐานสูงสุดที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อรสชาติอันกลมกล่อม

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO EARL GREY TEA DELIGHT

ชาแคปซูล Earl Grey ชาระดับพรีเมี่ยมต้นตำรับชาอังกฤษ ด้วยการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจนได้ชาชั้นยอด

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO GREEN TEA DELIGHT CAPSULES

ชาแคปซูล Green Tea Delight คุณภาพมาตรฐานสูงสุดที่ถูกคิดค้นสำหรับสูตรชาเขียวเย็นโดยเฉพาะ

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO JASMINE TEA DELIGHT

ชาแคปซูล Jasmine Tea Delight ผลิตจากใบชาคุณภาพสูงจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุด

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO PASSION FRUIT TEA DELIGHT

ชาแคปซูล Passion Fruit Tea Delight ผลิตจากใบชาคุณภาพสูงจากแหล่ง ปลูกที่ดีที่สุด

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO ROSE TEA DELIGHT

ชาแคปซูล Rose Tea ผลิตจากใบชาคุณภาพสูงจากแหล่ง ปลูกที่ดีที่สุด ผ่านการคัดสรรอย่างประณีตที่ช่วยรักษาความ สดทั้งคงความหอม

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO STRAWBERRY TEA DELIGHT

ชาแคปซูล Strawberry Tea Delight ผลิตจากใบชาคุณภาพสูงจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุด

ดูเพิ่มเติม

AROMESSO THAI TEA DELIGHT CAPSULES

ชาแคปซูล Thai Tea Delight ชาคุณภาพมาตรฐานสูงสุดที่ถูกคิดค้นสำหรับสูตรชาไทยเย็นโดยเฉพาะ

ดูเพิ่มเติม
aromathailand

Aroma Matcha Green Tea

หอม เข้มข้น ให้รสชาติชาเขียวมัทฉะแท้ๆ ปริมาณการใช้การชงต่อแก้วน้อย ทำให้ประหยัดต้นทุน ทำเครื่องดื่มเเละของหวานได้หลากหลาย ทั้งเมนูร้อน เย็น ปั่น รวมทั้งเบเกอรี่และไอศกรีม แพคเกจในรูปแบบถุงซิปล็อค ง่ายต่อการเก็บรักษาหลังจากเปิดใช้ และมีสูตรให้หลังซอง

ดูเพิ่มเติม
aromathailand

Black Tea Style Taiwan

ผลิตภัณฑ์ชาดำสไตล์ไต้หวัน (ตราอโรม่า) Black Tea Style Taiwan (Aroma Brand) เป็นใบชาดำสูตรพิเศษที่ผสานใบชาดำระดับคุณภาพที่ดีจากหลายแหล่งรวมเข้าด้วยกัน

ดูเพิ่มเติม
houjicha

Hōjicha Green Tea

ชาเขียวแท้ระดับพรีเมี่ยมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ผ่านการคั่วอย่างพิถีพิถัน

ดูเพิ่มเติม
aromathailand

Instant Lemon Tea

ผลิตจากชาแท้สายพันธ์ุดี หอมกลิ่นชา สดชื่นกลิ่นเลม่อน เปรี้ยวหวานกำลังดี

ดูเพิ่มเติม
aromathailand

Basilur Tea

ผลิตจากชาแท้สายพันธ์ุดี หอมกลิ่นชา สดชื่นกลิ่นเลม่อน เปรี้ยวหวานกำลังดี

ดูเพิ่มเติม

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชา

ชา เป็นผลผลิตทางเกษตรกรรม ซึ่งนิยมใช้ในส่วนของ ยอดอ่อน และก้านของต้นชา นำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปหลากหลาย “ชา” ยังหมายรวมถึงเครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอมทำจากพืชตากแห้งชนิดต่าง ๆ นำมาชงหรือต้มกับน้ำร้อน ชายังเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากน้ำ

อีกหนึ่งเมนูที่เป็นยอดนิยม คือ  ชาเขียว ที่คนไทยนิยมกันอย่างแพร่หลาย นิยมไปทำเป็นเมนูต่าง ๆ เช่น เมนูน้ำ ของหวาน ซึ่งทาง Aroma เรามี ชาเขียว คุณภาพดีที่พร้อมให้คุณลูกค้าของเราเลือกซื้อได้ทันที

มัทฉะคือ ชาแบบไหน?

หากกล่าวเบื้องต้นมัทฉะก็คือชาเขียวชนิดหนึ่ง แต่จะถูกผลิตออกมาในรูปแบบ “ผง” แตกต่างจากชาเขียวชนิดอื่นที่ใช้ใบชาแห้งในการชง เพราะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมข้น สีเขียวสดใส และรสชาติหวานกว่าชาชนิดอื่นๆ ส่วนต้นชาเองก็จะถูกปลูกในร่มเพื่อชะลอการเจริญเติบโตในช่วงนั้น และผู้เชี่ยวชาญจะเลือกเก็บเกี่ยวที่ยอดอ่อนของต้นชาเท่านั้น หลังจากผ่านการอบไอน้ำและการเป่าแห้ง ใบชาก็จะถูกนำมาบดนั่นเอง

นอกจากนี้จุดเด่นของการเป็นผงทำให้ละลายน้ำได้นั้น ผู้คนจึงนิยมนำมัทฉะไปเป็นส่วนผสมในการทำนม ไอศกรีม และขนมชนิดต่างๆ บวกกับความหวานและกลิ่นหอมธรรมชาติของมัทฉะด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ขนมหวานเหล่านั้นมีความอร่อยมากขึ้นไปอีก

ชาเขียวมีลักษณะอย่างไร

โดยปกติแล้วชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่ถูกชงจากใบชาอบแห้ง ไม่ได้บดละเอียดเหมือนมัทฉะแต่อย่างใด และมีกรรมวิธีการเก็บเกี่ยวและผลิตนั้นที่ซับซ้อนน้อยกว่า อย่างไรก็ตามชาเขียวนั้นก็มีหลากหลายชนิดเช่นกัน ได้แก่

  • เคียวคุโระ (Kyokuro) มีความหมายว่า “น้ำค้างหยก” ที่บอกถึงสีเขียวอ่อนของน้ำชา โดยต้นชาจะถูกคลุมด้วยเสื่อฟางในช่วงสัปดาห์ก่อนการเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดรสหวาน และชาชนิดนี้จะถูกชงด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่าและใช้เวลาแช่น้ำนานกว่าชาชนิดอื่นๆ เป็นหนึ่งในชาที่มีราคาแพงที่สุดในญี่ปุ่น
  • เซนฉะ (Sencha) ทำมาจากใบชาที่เก็บเกี่ยวในเดือนแรก จึงได้ชื่อว่า “ชาใหม่” โดยเซนฉะใบชาเซนฉะมักจะมีรสหวานและสีเข้มกว่าชาเขียวจีน อุดมไปด้วยสารอาหาร และมีกลิ่นหอมสดชื่น ส่วนรสชาติของชาเซนฉะนั้นจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชง ซึ่งถ้าชงด้วยน้ำร้อนรสชาติจะยิ่งขมมากขึ้นด้วย
  • โฮจิฉะ (Hojicha) ไม่เหมือนกับชาชนิดอื่นที่ผ่านการนึ่ง โฮจิฉะเป็นชาที่ถูกนำไปคั่วแทน จึงทำให้ใบชามีสีน้ำตาลแดง เป็นการลดระดับคาเฟอีนและความขมของชาลง ทำให้ดื่มง่ายขึ้น
  • เกนไมฉะ (Genmaicha) อาจเป็นชาที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นหูนัก ซึ่งชาชนิดนี้เกิดจากใบชาที่ผสมกับข้าวกล้องทำให้มีรสชาติคล้ายถั่ว มีคาเฟอีนน้อยและสามารถช่วยปรับสภาพกระเพาะอาหารด้วยน้ำตาลและแป้งจากข้าว ชาวญี่ปุ่นนิยมดื่มหลังอาหารเย็น และเกนไมฉะยังมีชื่อเล่นน่ารักๆ คือ “ชาป๊อปคอร์น” อีกด้วย

ความแตกต่างระหว่าง มัทฉะ และ ชาเขียว

ความแตกต่างของมัทฉะและชาเขียว green tea ที่ชัดเจนที่สุด คือ ลักษณะที่นำมาใช้ชง เนื่องจากชาเขียวจะมาในรูปแบบของใบชาแห้ง ในขณะที่มัทฉะมาในรูปแบบของผงละเอียด กระบวนการผลิตก็แตกต่างกันอีกด้วยอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น นอกจากนี้ข้อแตกต่างสำคัญเลยก็คือรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัส ชาเขียวจะเป็นน้ำใสๆ มีรสชาติฝาดไปจนถึงขม สีอาจจะเป็นเขียวอ่อนไปจนถึงเขียวเข้ม ส่วนมัทฉะมีลักษณะของน้ำที่ออกเป็นครีมเข้มข้น สีเขียวสว่าง มีรสชาติหวานกว่า อีกทั้งยังสามารถเอาไปทำขนม หรือไอศกรีมได้อีกด้วย ในขณะที่ชาเขียว (ชาใบ) สามารถใช้ชงเครื่องดื่มได้ แต่ไม่เหมาะที่จะไปทำขนมหรือไอศกรีมแต่อย่างใด

ประโยชน์ของชาเขียวทั้งสองชนิด

ทั้งชามัทฉะและชาเขียว นั้นซ่อนคุณประโยชน์มากมายไว้ในรสชาติที่กลมกล่อม การดื่มชาเขียวในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยร่างกายได้หลายด้านเลยทีเดียว เช่น

  • สามารถกำจัดแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นสาเหตุของฟันผุ กลิ่นปาก และโรคเหงือก โดยมีสารโพลีฟีนอล (Ployphenols) และแคทีชิน (Catechins) ที่มีอยู่ในใบชาเป็นตัวช่วย
  • ชะลอความชรา สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) และสาร OPC (Oligomeric proanthocyanidins) ที่มีในชาเขียวนั้นจะช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ และสารชนิดนี้จะช่วยต่อสู้กับปัญหาผิวต่างๆ เช่น ริ้วรอยก่อนวัย และจุดด่างดำต่างๆ ได้ด้วย
  • ป้องกันผมร่วง เนื่องจากชาเขียวนั่นอุดมไปด้วยสารแคทีชิน (Catechins) ช่วยป้องกันการเกิดผมร่วงและมีสาร EGCG (Epigallocatechin gallate) ซึ่งที่สามารถช่วยกระตุ้นการงอกของผมอีกด้วย

นอกจากประโยชน์ของมัทฉะและชาเขียว ที่กล่าวไปนั้น ชายังมีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และดีต่อสุขภาพและสมองของผู้ดื่มอีกด้วย

ดื่มชาแบบไหน ถึงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของท่าน

ชีวิตประจำวันของแต่ละท่านคงไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน บางท่านอาจจะต้องทำงานตลอดทั้งวัน บางท่านอาจต้องเดินทางไปไหนมาไหนอยู่บ่อยๆ หรือบางท่านอาจเน้นการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ดังนั้นมาดูกันว่าวิธีเลือกชาแบบไหนเหมาะกับการดำเนินชีวิตของท่าน!

1.ชามะลิ

ชามะลินั้นเกิดจากการนำใบชาเขียวพร้อมกับดอกมะลิที่อบแห้งมาชงเป็นน้ำชา ซึ่งจะมีกลิ่นหอมของมะลิอย่างเป็นธรรมชาติ ใครที่ไม่คุ้นชินกับกลิ่นของชาก็สามารถดื่มได้อย่างง่ายดาย ในชามะลินั้นยังมีสารคลอโรฟิลล์และวิตามิน E ที่ช่วยให้ผ่อนคลายและทำให้อารมณ์ดี ทั้งยังสามารถนำไปผสมกับนมหรือน้ำตาล เพื่อเพิ่มรสชาติความหวานและความกลมกล่อมได้อีกด้วย
ชามะลิเหมาะกับใคร? – ท่านใดที่ต้องทำงานหรือพบกับความเครียดตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานที่ต้องเร่งส่งงานให้ทัน หรือนักศึกษาที่ต้องอ่านหนังสือสอบ การเลือกดื่มชามะลิจะสามารถช่วยคลายเครียดได้แน่นอน

2.ชาเขียว

ต้นตำรับชาที่ทุกท่านรู้จักและเป็นชาที่เป็นที่นิยมของคนไทย มาจากใบชาที่ผ่านการอบแห้งโดยไม่หมัก ให้รสชาติแบบดั้งเดิม ชาเขียวมีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยให้ร่างกายต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยแก้อาการร้อนใน ดับกระหาย และทำให้สุขภาพแข็งแรง ชาเขียวนั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น เคียวคุโระ เซนฉะ โฮจิฉะ หรือหากท่านใดที่ต้องการความเข้มข้นที่มากขึ้น ก็ขอแนะนำให้ลองดื่มชามัทฉะ รับรองว่าถูกใจคอชาหลายๆ ท่านแน่นอน
ชาเขียวเหมาะกับใคร? – ผู้ที่รักสุขภาพทุกท่านต้องรักชาเขียวเป็นอย่างแน่นอน และหากใครที่ต้องเผชิญกับมลภาวะอย่างฝุ่นควันจากภายนอก หรือผู้ที่ต้องการดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกาย ก็ขอแนะนำให้เลือกดื่มชาเขียว

3.ชาอู่หลง

ชาที่ได้มาจากวิธีการกึ่งหมักนี้จะให้รสชาติที่อยู่ระหว่างชาสดและชาหมัก เรียกได้ว่ามีรสชาติที่กลมกล่อมที่สุดในชาจีน จะมีกลิ่นหอมที่ติดจมูกของผู้ดื่มได้เป็นเวลานาน สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสุขภาพดี บำรุงการไหลเวียนของเลือด และยังช่วยล้างสารพิษในตับ ทั้งยังช่วยเสริมการเผาผลาญได้
ชาอู่หลงเหมาะกับใคร? – ท่านใดที่เริ่มออกกำลังกายเพื่อฟิตหุ่นหรือทำงานที่ต้องใช้กำลังกายมากๆ การเลือกดื่มชาอู่หลงจะช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ และเสริมให้สุขภาพดีในระยะยาวด้วย

4.ชาดำ

เป็นประเภทของชาที่มีความเข้มข้นที่สุด เพราะผ่านการหมักมาอย่างสมบูรณ์ มีรสชาติขมเล็กน้อย ละมุนกลมกล่อม และชุ่มคอ ซึ่งชาดำที่เป็นที่รู้จักนั้นก็คือ ชา ”ผู่เอ๋อร์ (Pu-erh)” จากจีน และ “ชาอัสสัม (Assam)” จากอินเดีย ชาดำนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเหมือนกันกับชาชนิดอื่นๆ สามารถช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากเนื่องจากสารฟลูออไรด์ในใบชา จุดเด่นชาดำนั้นคือการมีคาเฟอีนมากกว่าชาชนิดอื่นๆ ประมาณ 40 มิลลิกรัมต่อถ้วย
ชาดำเหมาะกับใคร? – ท่านใดที่ต้องใช้สมาธิกับการทำงานหรือกิจกรรมมากๆ แต่มักเกิดอาการง่วงระหว่างวัน ท่านสามารถเลือกดื่มชาดำเพื่อบรรเทาความง่วงแทนการดื่มกาแฟ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ ถึงแม้จะไม่มีคาเฟอีนเทียบเท่ากับกาแฟ แต่ก็สามารถช่วยรักษาสุขภาพระยะยาวได้เป็นอย่างดี

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประโยชน์ของชา