Aroma ขอแนะนำวิธีเลือกเครื่องชงกาแฟสดให้ปัง! สำหรับร้านกาแฟเล็กๆ

Aroma ขอแนะนำวิธีเลือกเครื่องชงกาแฟสดให้ปัง! สำหรับร้านกาแฟเล็กๆ

ในสมัยนี้ผู้คนเริ่มหันมาดื่มกาแฟสดกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความหอมอร่อยกว่ากาแฟชงปกติ สำหรับท่านใดที่ต้องการเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ การลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟสดสักเครื่องจะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า และความเหมาะสมกับสภาพธุรกิจของตัวเองด้วย เพื่อช่วยให้ร้านขนาดเล็กเข้าใจวิธีการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง Aroma จะมาบอก 3 ขั้นตอนในการเลือก พร้อมแนะนำเครื่องชงกาแฟที่เข้ากับร้านกาแฟของทุกท่าน

ขั้นตอนที่ 1 : สำรวจลูกค้า

ร้านกาแฟก็เหมือนกับธุรกิจทั่วไป ก่อนจะลงทุนทำอะไรเพิ่มเติม สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือ จำนวนของลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ เพื่อนำไปคำนวณว่าควรซื้อวัตถุดิบร้านกาแฟเท่าไร ซื้อแบบไหน และซื้ออย่างไรให้ตรงกับความต้องการ รวมไปถึงต้องทราบด้วยว่าลูกค้าชอบทานเมนูอะไร โดยวิธีสำรวจตลาดที่ง่ายที่สุดคือการสังเกตร้านกาแฟอื่นๆ ในละแวกนั้นว่าเป็นอย่างไร มีสัดส่วนลูกค้าประมาณเท่าไร และเมนูส่วนใหญ่ที่ขายดีคืออะไร หลังจากทราบแล้ว จะต้องนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะธุรกิจที่ดีจะต้องมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง ถึงจะดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านได้ หรือถ้าใครเปิดร้านอยู่แล้วก็สามารถคำนวณจากลูกค้าของตัวเองได้เลย

สาเหตุที่ Aroma แนะนำให้เริ่มต้นจากการสำรวจข้อมูลของลูกค้า เพราะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟสด เนื่องจากเครื่องชงกาแฟสดมีการระบุจำนวนแก้วและเมนูที่สามารถชงได้ไว้อย่างชัดเจน หากไม่ทราบว่าวันหนึ่งขายสินค้าได้ประมาณกี่แก้ว หรือเมนูส่วนใหญ่ที่ขายได้เป็นเมนูอะไร ย่อมไม่สามารถเลือกเครื่องชงกาแฟได้แน่นอน ดังนั้นการสำรวจพฤติกรรมลูกค้าจะทำให้ทุกท่านเข้าใจธุรกิจของตัวเองได้ดีขึ้น ช่วยเรื่องการตลาด และยังทำให้เลือกเครื่องชงกาแฟได้อย่างเหมาะสมด้วย

ขั้นตอนที่ 2 : สำรวจมาตรฐานของเครื่องชงกาแฟและบริการหลังการขาย

บริการหลังการขายเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะธุรกิจร้านกาแฟนั้นไม่สามารถหยุดได้แม้แต่วันเดียว หากเลือกเครื่องชงกาแฟที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีบริการหลังการขายที่ไม่ดี ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายได้ ดังนั้นจึงควรเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละแบรนด์ดูก่อนว่าเป็นอย่างไร บริษัทมีใบรับรองหรือไม่ แล้วรับประกันเครื่องชงกาแฟกี่ปี อย่างบริการหลังการขายของ Aroma ที่มีใบรับรองมาตรฐานและบริการหลังการขายครบถ้วน เครื่องชงกาแฟสดทุกเครื่องมีใบรับประกัน มีศูนย์บริการกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ สามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทนำเข้าเครื่องชงกาแฟและอะไหล่จากแบรนด์ชั้นนำ จึงสามารถซ่อมแซมได้อย่างรวดเร็ว หากแบรนด์ที่ท่านเลือกมีข้อมูลรับประกันครบถ้วนเช่นนี้ ก็สามารถไว้ใจเลือกซื้อได้

ขั้นตอนที่ 3 : สำรวจงบประมาณ

หลังจากเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและเลือกแบรนด์ที่ต้องการได้แล้ว อีกทั้งยังทราบแล้วด้วยว่าร้านกาแฟของตนเองขายกาแฟได้วันละกี่แก้ว และเมนูไหนขายได้มากเป็นพิเศษ ขั้นตอนต่อไปคือการสำรวจงบประมาณว่าสามารถลงทุนได้เท่าไร จากนั้นลองกำหนดราคาขั้นต่ำของเครื่องชงกาแฟที่ต้องการ ลองเลือกหาเครื่องชงกาแฟที่ตรงกับข้อมูลที่สำรวจมาได้เลย เพียงเท่านี้ทุกท่านก็สามารถเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองได้แล้ว

แนะนำเครื่องชงกาแฟสดสำหรับร้านเล็กๆ ราคาเริ่มต้นที่ 25,500 บาท

  • เครื่องชงกาแฟ TAURINO AUTO C2602 ราคา 25,500 บาท มีความจุโถกาแฟ 250 กรัม สามารถชงกาแฟได้วันละ 30 แก้ว เมนูที่สามารถชงได้ คือ เอสเปรสโซ อเมริกาโน กาแฟดำ
  • เครื่องชงกาแฟ TAURINO AUTO CM2604 ราคา 29,500 บาท ความจุโถกาแฟ 250 กรัม สามารถชงกาแฟได้วันละ 30 แก้ว เมนูที่สามารถชงได้ คือ เอสเปรสโซ อเมริกาโน กาแฟดำ และอื่นๆ
  • เครื่องชงกาแฟ SAECO LIRIKA OTC ราคา 41,000 บาท มีความจุโถกาแฟ 500 กรัม สามารถชงกาแฟได้วันละ 20-30 แก้ว เมนูที่สามารถชงได้ คือ คาปูชิโน่และลาเต้

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ทุกท่านคงทราบแล้วว่าควรเลือกเครื่องชงกาแฟอย่างไร ซึ่ง Aroma อยากแนะนำเพิ่มเติมว่า นอกจากจะเลือกเครื่องชงกาแฟแล้ว เมล็ดกาแฟและเครื่องบดกาแฟก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมล็ดกาแฟที่ดี มีระดับการคั่วที่เหมาะสม จะให้รสชาติที่แตกต่างกัน รวมถึงการใช้เครื่องบดกาแฟก็จะช่วยเพิ่มความหอมด้วย ดังนั้นหากร้านกาแฟเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟได้แล้ว ก็อย่าลืมเมล็ดกาแฟและเครื่องบดกาแฟด้วย เพื่อเมนูที่หอมอร่อยมัดใจลูกค้า

Share on Facebook
Share on Line