ทุกท่านเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมรสชาติกาแฟของแต่ละร้านถึงแตกต่างกันออกไป บางร้านมีความเข้มข้น บางร้านกาแฟออกไปทางหอมนุ่ม รสชาติกาแฟไม่เท่ากันแตกต่างกันไปต่อให้เราจะสั่งเมนูเดียวกันก็ตาม สิ่งที่ทำให้รสชาติของกาแฟแตกต่างกันนั้นมีด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิธีการที่ใช้ในการชง เมล็ดกาแฟ รวมไปถึงเครื่องบดกาแฟ ทุกอย่างส่งผลต่อรสชาติของกาแฟ แต่หัวใจสำคัญจริงๆ คงหนีไม่พ้น เมล็ดกาแฟที่เป็นวัตถุดิบร้านกาแฟที่ขาดไม่ได้ เพราะขั้นตอนการบดจะดึงความสดใหม่และความพิถีพิถันของเมล็ดกาแฟออกมา แต่การจะบดกาแฟให้ได้ดีนั้นก็ต้องมีผู้ช่วยอย่างเครื่องบดกาแฟ ซึ่งในปัจจุบันเครื่องบดนั้นถูกแบ่งออกไปหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งระดับของการบด ที่มีทั้งการบดหยาบ บดละเอียด หรือวิธีการทำงานของเครื่องบดกาแฟทั้งแบบมือหมุนหรือเครื่องบดกาแฟไฟฟ้า
วันนี้ AROMA จึงได้มาบอกเคล็ดลับวิธีเลือกเครื่องบดกาแฟ มาฝากทุกท่านกัน
การเลือกเครื่องบดกาแฟควรคำนึงถึงรูปแบบการใช้งานเป็นหลัก โดยเครื่องบดกาแฟนั้นจะแบ่งออกเป็น การใช้มือหมุนและการใช้ระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกตามสไตล์ที่เราชื่นชอบและตรงตามวิธีการใช้งานก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย
เครื่องบดกาแฟมือหมุน
สำหรับการบดกาแฟด้วยการใช้มือหมุน (Manual) นั้น ถือว่าเป็นความคลาสสิกที่สุด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบในความพิถีพิถันหรือผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องกาแฟ เพราะจะต้องกะน้ำหนักมือให้คงที่ เพื่อให้ได้ผงกาแฟที่ต้องการอย่างละเมียดละไมแล้ว ระหว่างทำก็ยังได้กลิ่นหอม ๆ จากเมล็ดกาแฟตลอดเวลาที่ทำด้วย โดยเครื่องบดกาแฟมือหมุนมีทั้งแบบเก่าแก่ที่ใช้กล่องไม้และแบบสเตนเลส ซึ่งข้อดีก็คือ มีน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับใครที่ทำกาแฟดื่มเอง และโดยเฉพาะกาแฟประเภท Slowbar หรือร้านกาแฟที่เน้นความออแกนิก
เครื่องบดกาแฟไฟฟ้า
สำหรับเครื่องบดกาแฟระบบไฟฟ้าที่สามารถบดได้ในเวลาอันสั้น ถือว่าตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความสะดวกอย่างยิ่งหรือความรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถบดได้ครั้งละมากๆ อีกด้วย ดังนั้นใครเปิดร้านกาแฟการเลือกเครื่องบดไฟฟ้าจะช่วยทุนเวลาได้ ทั้งนี้เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ มาพร้อมฟังก์ชันการบดระดับต่างๆ เป็นแบบที่เรามักพบในร้านกาแฟส่วนใหญ่ โดยเน้นที่ความเร็วในการบดเป็นหลัก เพื่อคงกลิ่นและความสดของเมล็ดกาแฟบดไว้ให้มากที่สุด รวมไปถึงความละเอียดที่มีความแม่นยำสูง สามารถทำบดเมล็ดกาแฟได้หลากหลายชนิดอีกด้วย
วิธีเลือกเครื่องบดกาแฟที่ดี
1. สามารถปรับความละเอียดได้แบบถี่มาก ๆ หรือ Stepless เพื่อให้เราสามารถกำหนดความละเอียดของกาแฟได้อย่างที่ต้องการ โดยทำให้ผู้ชงสามารถเข้าไปควบคุมเวลาในการสกัดกาแฟได้เหมาะสม
2. วิธีเลือกเครื่องบดกาแฟที่ดีเพื่อรสชาติ จะดูที่คุณลักษณะจานบดและรูปแบบฟันบนจานบดเพราะแต่ละยี่ห้อมีการวางลายเส้นบนจานบดแตกต่างกันออกไป การออกแบบจานบดกาแฟที่ดี จะต้องลดการเกิด Channeling ให้มากที่สุด เพื่อให้กาแฟได้มีการสกัดอย่างทั่วถึง เครื่องบดกาแฟแบบ Flat Burr จะมีเอกลักษณ์ในเรื่องชงกาแฟออกมาเข้มในสไตล์เอสเพรสโซ่ มากกว่าเครื่องบดกาแฟที่เลือกใช้จานบดกาแฟเป็น Conicle
3. การที่เครื่องบดกาแฟจะบดเร็วหรือช้านั้นจะขึ้นอยู่กับ 5 ปัจจัย ได้แก่
- รูปแบบจานบด
- ขนาดจานบด
- รอบการหมุนมอเตอร์ เพราะรอบมอเตอร์สูงกาแฟบดเร็วกาแฟจะเกิดความร้อนสูง ในขณะที่รอบมอเตอร์ต่ำบดช้าก็จะเกิดความร้อนได้ช้ากว่า
- ความละเอียดที่ต้องการ บดละเอียดมาก กาแฟออกมาช้าในเวลาเท่ากัน บดหยาบกาแฟออกมาเร็ว
- ระดับการคั่วของกาแฟ เนื่องจากกาแฟคั่วเข้มบดช้ากว่ากาแฟคั่วอ่อน
4. การตกค้างภายในของกาแฟในเครื่องบด เพราะเครื่องบดกาแฟที่ดีจะต้องบดกาแฟออกมาหมดจด ไม่มีกาแฟค้างอยู่ด้านใน เพราะการมีเศษผงกาแฟค้างจะมีผลต่อรสชาติกาแฟแก้วถัดไป ซึ่งการตกค้างส่วนมากจะขึ้นอยู่กับการออกแบบเครื่องบดกาแฟ ใหม่เม็ดกาแฟไหล่ลงไปทั้งหมดไม่ตกค้าง เครื่องบดกาแฟแบบ Flat burr แบบแนวขวาง จะมีโอกาสในเรื่องของการตกค้างผงกาแฟน้อยกว่าประเภทอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเลือกเครื่องบดกาแฟที่มีคุณภาพสูงไปแล้ว ก็ยังต้องใส่ใจทำความสะอาดสม่ำเสมอ ควรมีการล้างเฟืองบดเป็นประจำอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อลดปัญหาผงกาแฟบดไม่สม่ำเสมอ การล้างทำความสะอาดยังช่วยให้กลิ่นเหม็นหืนหายไป เพราะเมื่อเราทำการบดกาแฟในแต่ละครั้ง ผงกาแฟอาจไปติดอยู่ตามซอกต่าง ๆ ในห้องบดกาแฟได้ และเมื่อเราบดไปเรื่อย ๆ ผงกาแฟก็จะเริ่มสะสมอัดแน่น ส่งผลทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ฉะนั้นเราควรทำความสะอาดเครื่องบดเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดเพี้ยนของรสชาติ และรักษาความสม่ำเสมอของคุณภาพกาแฟไว้ให้สดใหม่คงเดิมทุกแก้ว หากใครที่กำลังมองหาเครื่องบดกาแฟคุณภาพ ทาง AROMA ก็มีจัดจำหน่าย สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้
