เปิดประวัติศาสตร์ฉบับย่อ 8 การชงกาแฟที่ต้องรู้จัก

เปิดประวัติศาสตร์ฉบับย่อ 8 การชงกาแฟที่ต้องรู้จัก

การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของกาแฟที่มีเรื่องราวมากมายเต็มไปหมด มีส่วนที่ทำให้การดื่มด่ำกับสุนทรีย์ของกาแฟแก้วเดิมให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเพราะว่า Aroma เชื่อเรื่องที่ว่า Story จะสร้างคุณค่าให้กับกาแฟทุกแก้ว บทความนี้เราจึงขอเขียนเล่าประวัติศาสตร์ฉบับย่อของ 8 วิธีการชงกาแฟที่ทุกคนเคยดื่มอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีที่มาอย่างไร

รวม 8 ประเภทของการชงกาแฟ ที่คอกาแฟควรรู้ !

รวม 8 ประเภทของการชงกาแฟ ที่คอกาแฟควรรู้ !

การชงกาแฟมีหลากหลายรูปแบบที่ให้รสชาติและความเข้มข้นแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการชงแบบดริป เอสเพรสโซ หรือเฟรนช์เพรส สำหรับคอกาแฟที่อยากเข้าใจวิธีการชงและความพิเศษของแต่ละประเภท มาดูกันว่า 8 วิธีชงกาแฟที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง

กาแฟดริป (Drip)

ย้อนกลับไปในปี 1908 สาวเยอรมันชื่อ Amalie Auguste Melitta Bentz ได้คิดค้นกระดาษกรองกาแฟ (Coffee Filter) ขึ้นมาเป็นคนแรกของโลก ด้วยเหตุผลว่าเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซในอดีตยังไม่สามารถแยกกากกาแฟได้ดีเท่าไหร่นัก และการเกิดของฟิลเตอร์เป็นครั้งแรกของโลกนี่เอง ก็ส่งผลให้การชงกาแฟแบบดริปตามขึ้นมา (และยังรู้จักกันในอีก 2 ชื่อ Brewed Coffee กับ Pour-Over Coffee) ซึ่งเป็นการชงกาแฟผ่านกระดาษกรอง โดยใช้น้ำร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส แล้วจึงค่อย ๆ เทน้ำร้อนวนเป็นก้นหอย ให้กาแฟที่บดแล้วค่อย ๆ ไหลผ่านกระดาษกรอง รอให้น้ำไหลซึมผ่านกาแฟและฟิลเตอร์ลงสู่ภาชนะด้านล่าง เป็นวิธีการชงกาแฟที่อยู่ใน Slow Bar ซึ่งสามารถควบคุมรสชาติกาแฟได้หลายทางตลอดกระบวนการชง เริ่มตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่ว การบดเมล็ด น้ำหนักมือของการเทน้ำ ไปจนถึงอัตราการไหลของน้ำร้อนที่ไหลผ่านเมล็ดกาแฟเลย

กาแฟเฟรนช์เพรส (French Press)

ว่ากันด้วยวิธีการชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรส คือการชงกาแฟสดต้นตำรับจากประเทศฝรั่งเศส วิธีการชงแสนเรียบง่าย ที่จะพึ่งแรงดันอากาศเป็นหลัก โดยใช้แค่น้ำกับกาแฟบดโดยตรง เครื่องชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรสจะมีลักษณะเป็นกาทรงสูง เพียงใส่เมล็ดกาแฟและใส่น้ำร้อนเข้าไป จากนั้นก็กดตัวตะแกรงลงไปจนสุดกา ซึ่งวิธีการชงแบบนี้จำเป็นต้องบดกาแฟให้หยาบหน่อยเพื่อไม่ให้กากกาแฟติดกับตะแกรง จากนั้นเราก็จะได้รสชาติที่แท้จริงของกาแฟเพราะว่าเฟรนช์เพรสคือการชงที่ไม่ผ่านฟิลเตอร์ใด ๆ กาแฟมาอย่างไรบดออกมาได้อย่างนั้นเลย เป็นการชงกาแฟที่เกิดขึ้นในปี 1929 ที่เกิดขึ้นจาก Attilio Calimani นักออกแบบชาวอิตาเลียน

กาแฟไซฟอน (Siphon)

กาแฟไซฟอน อีกชื่อหนึ่งของวิธีการชงกาแฟชนิดนี้รู้จักกันในชื่อ Vacuum Coffee แปลไทยได้ง่าย ๆ ว่า ‘การชงกาแฟสุญญากาศ’ มีความเชื่อว่าวิธีการชงกาแฟไซฟอนถูกคิดค้นขึ้นในปี 1830 ในกรุงเบอร์ลิน แต่ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างอีกว่าการชงกาแฟแบบไซฟอนอาจจะเกิดขึ้นในญี่ปุ่นในปี 1840 ในประเทศญี่ปุ่น โดยชายหนุ่มชื่อ ‘อะกิระ โคโนะ’ ที่ดัดแปลงวิธีการชงกาแฟแบบดั้งเดิมเพื่อให้ได้รสชาติกาแฟอันกลมกล่อม การชงกาแฟไซฟอนจะชงด้วยอุปกรณ์ต้มน้ำเดือดจัดในโถลูกแก้วโดยตะเกียงแอลกอฮอล์ ที่จะใส่เมล็ดกาแฟบดลงในโถแก้วทรงกระบอกซึ่งมีตัวกรองตรงก้นอีกที สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ น้ำเดือดจะถูกแรงดันผลักขึ้นไปบนตัวโถกาแฟคล้ายกับวิธีกาลักน้ำ และทันทีที่ปิดไฟจากตัวตะเกียง กาแฟจากตัวโถกระบอกก็จะไหลลงสู่โถลูกแก้วพร้อมดื่มในที่สุด เป็นวิธีการชงกาแฟที่สร้างกลิ่นหอมชัดเจน

กาแฟโมกาพ็อต (Moka Pot)

รากศัพท์ของคำว่า Moka Pot หรือ Macchinetta ในภาษาอิตาเลียนมีความหมายว่า Small Machine เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงเครื่องกาแฟลักษณะของกาต้มน้ำทรงเหลี่ยมที่ถูกคิดค้นโดยนักประดิษฐ์ชาวอิตาเลียนชื่อ Luigi De Ponti ก่อนที่ต่อมาจะจดสิทธิบัตรโดย Alfonso Bialetti ในปี 1933 ซึ่งตัวเครื่องโมกาพ็อตเป็นที่นิยมในแถบยุโรปและลาตินอเมริกามาก ๆ องค์ประกอบของโมกาพ็อตจะทำมาจากสเตนเลสที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน การใช้งานคือให้ใส่น้ำร้อนที่โถด้านล่าง จากนั้นจึงปักกรวยกาแฟตามลงไป แล้วประกบเข้ากับโถด้านบนที่เป็นท่อแหลมเรียวทรงสูง พร้อมรู 2 รูด้านบนสุด การชงกาแฟด้วยวิธีนี้ให้เอาโมกาพ็อตไปวางบนเตา แล้วกาแฟบดในกาจะถูกแรงดันน้ำเดือดผ่านขึ้นมาตามท่อแหลม 2 รู แนะนำว่าให้บดกาแฟหยาบกลาง ๆ เพราะไม่อย่างนั้นความขมของกาแฟจะมีมากทีเดียว

เอสเพรสโซ (Espresso)

ประวัติศาสตร์การชงกาแฟเอสเพรสโซเริ่มต้นขึ้นในปี 1884 แต่ก่อนอื่นจะต้องบอกกันความเข้าใจผิดก่อนว่า ‘เอสเพรสโซไม่ใช่ชื่อพันธุ์กาแฟ’ แต่คือวิธีการชงที่เกิดจากสิ่งประดิษฐ์ของ Angelo Moriondo ซึ่งเป็นเครื่องชงกาแฟด้วยไอน้ำที่เรียกว่า Espresso Machine แต่ในช่วงเวลานั้นยังเป็นตัวทดลองที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ แล้วเวลาต่อมา Luigi Bezzera จึงพัฒนาเครื่องชงเอสเพรสโซที่เป็นรากฐานในเครื่องของปัจจุบันทั้งหมดได้สำเร็จ เกิดเป็นกาแฟยอดนิยมที่หาดื่มได้ง่ายที่สุด ตั้งแต่ชงสดไปจนถึงในรูปแบบสำเร็จรูปสะดวกซื้อ วิธีการชงกาแฟแบบเอสเพรสโซคือการอัดไอน้ำและน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟคั่วบดละเอียด ใช้น้ำให้น้อยที่สุดเพื่อที่จะได้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้น กลิ่นหอมชัดเจน ถือว่าเป็นกาแฟแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew)

ใครจะนึกว่ากาแฟที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบันอย่าง Cold Brew จะมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ตั้งแต่ประมาณปี 1600s ยุคที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยุคทองของกาแฟดัตช์ เหล่าพ่อค้ากาแฟจำเป็นที่จะต้องหากรรมวิธีบรรทุกกาแฟพร้อมดื่มบนเรือแบบไม่ให้บูดเสีย และในตอนนั้นเองกาแฟแบบสกัดเย็นก็ได้เข้าสู่เอเชียเป็นครั้งแรกผ่านประเทศญี่ปุ่นก่อนจนเริ่มรู้จักในชื่อ Kyoto Coffee เวลาต่อมาในปี 1964 วิศวกรเคมี Toddy Simpson จะคิดค้นเครื่องชงสกัดเย็นพร้อมจดลิขสิทธิ์เป็นของตนเอง ส่งผลให้กาแฟชนิดนี้ถูกเรียกอีกชื่อว่า Toddy Coffee วิธีการชงกาแฟแบบ Cold Brew จะใช้เมล็ดกาแฟ น้ำเย็น กระดาษกรอง และขวดโหล โดยเริ่มจากเอาเมล็ดกาแฟบดเทใส่โหล รินน้ำเย็น จากนั้นปิดฝาโหลข้ามคืนที่อุณหภูมิห้อง ในเช้าวันถัดไปให้เทกาแฟผ่านกระดาษกรองเพื่อแยกกากก็พร้อมดื่ม ซึ่งกาแฟสกัดเย็นจะนิยมกับเมล็ดคั่วอ่อนและบดหยาบหน่อยเพื่อไม่ให้รสชาติเข้มเกินไป

กาแฟเคมแม็กซ์ (Chemex)

สิ่งที่เรียกว่า Chemex ก็คือกรวยชงกาแฟชนิดหนึ่ง ซึ่งจะมีหลักการของการชงคล้ายกับเทคนิคของการ Drip นั่นก็คือการเทน้ำร้อนใส่ผงกาแฟที่ถูกอุ้มด้วยกระดาษฟิลเตอร์อยู่ แต่ความแตกต่างก็คือ ทุกขั้นตอนจะต้องทำด้วยมือเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่วิธีการบดไปจนถึงการเทน้ำร้อนใส่ตัวกรองของ Chemex ที่จะไม่ถูกฟอกขาว และมีความหนามากกว่าตัวกรองในของการชงแบบ Drip จึงจะใช้เวลาที่มากกว่า แต่ข้อดีก็คือจะได้กาแฟที่ทั้งเข้มข้นกว่า สะอาดกว่า และมีกลิ่นกับรสชาติที่เด่นชัดกว่าแบบ Drip

กาแฟสกัดเย็น

และไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชงกาแฟกินเองที่บ้านทุกวัน เป็นหัวหน้าออฟฟิศที่กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟดี ๆ หรือกำลังเปิดคาเฟ่เป็นของตัวเองแล้วต้องการเครื่องชงกาแฟที่มีความมืออาชีพเป็นพิเศษ Aroma มีทุกเครื่องมือที่ทำให้การชงกาแฟของทุกคนง่ายมาก ๆ เริ่มตั้งแต่ ‘เครื่องบดกาแฟ’ คุณภาพสูง เครื่องชงกาแฟทั้งแบบ ‘กึ่งอัตโนมัติ’ และ ‘อัตโนมัติ’ รวมทั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่น ตู้เย็นสำหรับแช่นมสด, เครื่องแทมป์กาแฟอัตโนมัติ, ไปจนถึงแปรงล้างหัวชงเราก็มีจำหน่ายเหมือนกัน

Share on Facebook
Share on Line