ชวนรู้จัก กาแฟเบลนด์ การผสมผสานที่ลงตัวเพื่อรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ชวนรู้จัก กาแฟเบลนด์ การผสมผสานที่ลงตัวเพื่อรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

“ชาว Aroma รู้จักสิ่งที่เรียกว่า Blend Coffee ดีแค่ไหนกันบ้าง ?”

แต่จะบอกว่าถ้ายังไม่รู้จักล่ะก็ เราอยากใช้บทความนี้เล่าเรื่องของกาแฟแห่งการผสมผสานที่ทำให้ประวัติศาสตร์รสชาติของกาแฟพัฒนาแบบก้าวกระโดดให้ฟังกัน เริ่มตั้งแต่ทำความรู้จักเบื้องต้น ไปถึงมีข้อมูลที่สามารถชิมหรือสร้างกาแฟแก้วพิเศษของตัวเองได้เลย

กาแฟเบลนด์ (Blend Coffee) คืออะไร

มาทบทวนคำศัพท์กาแฟพื้นฐานกันก่อนซะหน่อยดีกว่า 2 คำ ที่คอกาแฟคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วอย่าง Single Origin ที่มีความหมายถึงกาแฟซึ่งถูกปลูกขึ้นจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง กับคำว่า Blend ที่หมายถึงกาแฟที่ปลูกขึ้นจากหลายแห่งผสมผสานกัน

Blend Coffee ก็คือกาแฟที่เกิดจากการผสมเมล็ดกาแฟเกินกว่า 2 ชนิดมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟที่มีระดับการคั่ว (Roast) ที่ต่างกันอย่างคั่วอ่อน คั่วกลาง หรือคั่วเข้ม / กาแฟที่ปลูกขึ้นจากคนละภูมิภาค / ไปจนถึงเมล็ดกาแฟที่มีอายุไม่เท่ากัน

ซึ่งว่ากันด้วยปัจจุบัน การเบลนด์มักจะนิยมผสมด้วยกาแฟไม่เกิน 5 ตัวเข้าด้วยกัน เพราะหากผสมมากกว่านี้ก็จะเกิดความ Complex Tase รสชาติซับซ้อนจนเกินไปจนตีกันมั่วไปหมด ส่งผลเสียต่อภาพรวมของคาแรคเตอร์กาแฟแก้วนั้นไปเลย ไม่ว่าจะบอดี้หรือเนื้อสัมผัส พูดถึงหลักการของการเบลนด์ กาแฟที่นำมาเบลนด์จะต้องเป็นเบสมีสัดส่วนมากกว่ากาแฟตัวอื่น อาจจะมากถึง 50% ในบางครั้ง

“แล้วเราเบลนด์กาแฟไปเพื่ออะไร ?”

เหตุผลของการผสมผสานกาแฟไม่ได้ซับซ้อนจนเข้าใจยากเกินไปเลย หนึ่งคือการสร้างเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเอง เพราะเป็นที่รู้กันว่ามิติรสชาติของกาแฟแต่ละตัวมีความลึกล้ำซับซ้อนต่างกันมาก ๆ การเบลนด์ก็มีขึ้นเพื่อเอาข้อดีมากลบข้อด้อยที่เมล็ดแต่ละตัวขาดจนเกิดเป็นรสชาติที่คนชงพอใจมากที่สุดนั่นเอง

ปัจจัยที่ 2 คือการเบลนด์เพื่อสร้างรสชาติพิเศษไม่แพ้กับกาแฟ Specialty ที่มีราคาสูงและจำนวนน้อย เพราะฉะนั้น เมื่อเราเลือกเอากาแฟที่ราคาถูกและปริมาณมากกว่าเบลนด์เข้าด้วยกัน ก็สร้างรสชาติที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับลดต้นทุนได้เลย

และสุดท้ายคือการรักษามาตรฐานรสชาติของกาแฟให้คงที่ เมื่อปัจจัยที่ทำให้กาแฟจากแต่ละพื้นที่ต่างช่วงเวลามีรสชาติไม่ได้คงที่เสมอไป อย่างที่บอกว่าเมื่อเบลนด์กาแฟนั่นเท่ากับการชดเชยข้อดีและข้อด้อยที่เมล็ดกาแฟแต่ละตัวขาดไป เท่านี้เราก็จะสามารถรักษารสชาติของกาแฟได้มากขึ้นแล้ว

เปิดที่มาของการเบลนด์กาแฟ

เพื่อให้เข้าใจมิติของรสชาติการผสมผสานได้อย่างลุ่มลึกมากขึ้น มาย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นกันหน่อยสิว่าจริง ๆ แล้วกาแฟเบลนด์เริ่มต้นขึ้นที่ตรงไหน 

เป็นที่น่าเสียดายว่าประวัติศาสตร์ของ Blend Coffee ไม่ได้ถูกจดบันทึก DAY1 เอาไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ขนาดนั้น แต่ว่ากันว่าสูตรแรกที่เกิดขึ้นคือสูตรกาแฟที่เรียกว่า “Mocha-Java” ซึ่งเป็นการเบลนด์กันระหว่างกาแฟ Mocha ของเยเมนกับกาแฟจากเกาะชวาในอินโดนีเซีย ก่อนที่ทุกวันนี้จะเกิดการผสมผสานไม่รู้จบสร้างความคึกคักต่อวงการกาแฟ

ความแตกต่างระหว่าง Blend Coffee vs Single Origin

สายพันธุ์กาแฟ / แหล่งเพาะปลูก / ระดับการคั่วกาแฟ ความแตกต่างที่ชัดเจนก็คือกาแฟ Single Origin เป็นกาแฟสายพันธุ์เดียวที่มาจากแหล่งเพาะปลูกเดียวไม่ว่าจะจากประเทศอะไรก็ตาม ถ้าแหล่งเพาะปลูกดี เก็บเกี่ยวได้ตรงเวลา ก็มั่นใจได้เลยว่ากาแฟจะรสชาติดีเสมอ ส่วน Blend Coffee จะเป็นกาแฟที่นำมาจากการผสมหลากสายพันธุ์เข้าด้วยกันจนเกิดเป็นรสชาติใหม่ที่พิเศษกว่าปกติ

สุดท้ายคือเรื่องการคั่วของเมล็ดกาแฟ คั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้ม ที่หากว่าถ้าเป็นกาแฟจาก Single Origin ก็จะเป็นการคั่วแบบใดแบบหนึ่ง แต่เมื่อเป็น Blend Coffee เราสามารถเจอเมล็ดกาแฟที่คั่วต่างกันมาทำเป็นกาแฟได้

รูปแบบของการเบลนด์กาแฟ

รูปแบบของการเบลนด์กาแฟ

หลายคนอาจจะสงสัยแล้วว่าการเบนด์กาแฟสามารถจับเมล็ดทั้ง 2 แบบมาแปรรูปต่อได้ง่าย ๆ อย่างนั้นเลยรึเปล่า คำตอบก็คือมันมีสิ่งที่เราจำเป็นที่จะต้องรู้สักนิดก่อนที่จะเริ่มเบลนด์เข้าด้วยกัน

อันดับแรกต้องมีชุดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกาแฟ, เข้าใจคาแรกเตอร์ จุดด้อย-จุดเด่นของสายพันธุ์กาแฟแต่ละแบบ, รู้จักระดับการคั่ว รวมถึงต้องเทสช็อตกาแฟ อัตราส่วนการทำกาแฟ และชิมกาแฟในระดับบาริสต้าเบื้องต้นซะก่อน

เมื่อมีองค์ประกอบทั้งหมดที่ว่าไปแล้ว ทีนี้เราต้องเข้าใจต่อว่าการเบลนด์กาแฟแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามนี้

การเบลนด์ก่อนคั่ว (Pre-Blending) : เป็นวิธีการที่จะเอากาแฟสาร (Green Bean) มาผสมกันก่อนที่จะนำไปคั่วต่อไป ข้อดีคือเราสามารถเลือกเมล็ดกาแฟได้จากหลาย ๆ แหล่งแล้วนำมาคั่วทีเดียวได้อย่างง่ายดาย แต่ข้อเสียคือกาแฟอาจจะไม่ได้มีรสชาติซับซ้อนเท่าที่หวังสักเท่าไหร่

การเบลนด์หลังคั่ว (Post-Blending) : เป็นวิธีการนำกาแฟที่คั่วแล้วมาเบลนด์กัน ข้อดีก็คือเราสามารถเลือกระดับการคั่วได้หลากหลายมากกว่าแบบวิธีก่อนหน้า ทั้งยังสามารถสร้างกาแฟที่รสชาติซับซ้อนได้มากขึ้นอีกด้วย แต่ก็เป็นวิธีที่จะค่อนข้างใช้ต้นทุนในการผลิตสูง เพราะว่าเราต้องทำการคั่วเมล็ดสารแต่ละแบบให้เสร็จก่อนถึงจะเบลนด์ได้ หมายถึงว่าจำเป็นต้องใช้เมล็ดกาแฟจำนวนมากในการผลิตแต่ละครั้ง

5 ประเภทของการเบลนด์กาแฟ

5 ประเภทของการเบลนด์กาแฟ

การเบลนด์ตามแหล่งปลูก : เป็นการคัดเลือกกาแฟจากแหล่งเพาะปลูกที่ต่างกัน เพื่อนำปัจจัยของสภาพดิน สภาพภูมิอากาศ และการเก็บเกี่ยว ยกตัวอย่างเช่น เลือกเมล็ดกาแฟบนที่ราบสูงอยู่เหนือระดับน้ำทะเลกับกาแฟที่อยู่ในเขตร้อนมาเบลนด์เข้าหากันเพื่อรสชาติที่ต่างออกไป

การเบลนด์ตามสายพันธุ์ : การคัดเลือกเมล็ดกาแฟจากต่างสายพันธ์ุจำเป็นที่จะต้องรู้ Profile Coffee มาก ๆ ว่าแต่ละตัวเป็นอย่างไร เพื่อนำข้อดีข้อด้อยของแต่ละแบบมาซัพพอร์ตกันและกัน

การเบลนด์ตามระดับการคั่ว : คั่วอ่อน คั่วเข้ม และคั่วกลาง มีผลต่อการเบลนด์กาแฟเข้าด้วยกันมาก ๆ และเราจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะสามารถเบลนด์กาแฟเหล่านี้ให้ได้จังหวะเวลาที่สมบูรณ์ที่สุดในเมื่อระดับการคั่วมาไม่เท่ากันเลย

การเบลนด์ตามกระบวนการผลิต : เป็นการผสมระหว่างกาแฟที่ถูกบ่มมาจากวิธีการต่างกัน 2 แบบ Wet Process กับ Dry Process

การเบลนด์จากอายุกาแฟที่แตกต่างกัน : สำหรับวิธีนี้จะเกิดกับการเบลนด์กาแฟก่อนคั่ว ด้วยกาแฟ Old Crop กับ New Crop นั่นเอง

ไม่ว่าจะคุณจะเป็นคอกาแฟที่มีแก้วโปรดในใจอยู่แล้ว หรือกำลังตามหารสชาติมิติใหม่ให้กับตัวเอง Aroma อยากขอแนะนำโปรดักส์ Blend Coffee ตัวเก่งของเรา 2 ตัวที่เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่ในสายเบลนด์และคนที่ดื่มสายเบลนด์เป็นประจำอยู่แล้ว

เมล็ดกาแฟคั่ว Caramellow Blend Aroma Brand (Roasted Coffee Bean) : นี่คือเมล็ดกาแฟอาราบิกาแท้ 100% ผ่านการคัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นดีจากประเทศบราซิล ควบคู่ไปกับเทคนิคการคั่วที่เป็นเอกลักษณ์ของ Aroma เป็นการคั่วในระดับกลาง จนทำให้ได้รสชาติคาราเมลนัตตี้ และได้ Body ของกาแฟที่เข้มข้นกลมกล่อมอย่างเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร


เมล็ดกาแฟคั่ว Majesty Blend Aroma Brand (Roasted Coffee Bean) : สำหรับตัวนี้ก็ยังคงเป็นเมล็ดกาแฟอาราบิกาแท้ 100% เช่นกัน คัดสรรเมล็ดชั้นดีจากประเทศโคลัมเบีย สร้างสรรค์รสชาติด้วยเทคนิคการคั่วซิกเนเจอร์ของ Aroma โดยคั่วในระดับกลาง ส่งออกมาเป็นความหอมหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ จากผลไม้อบแห้ง หลังจากดื่มแล้วมีรสหอมหวานทิ้งท้ายค้างอยู่ในปาก อย่างเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

การมีอยู่ของ Blend Coffee เป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าโลกของกาแฟนั้นมีสิ่งให้ค้นหาแบบไม่มีสิ้นสุด และสามารถเกิดการสร้างสรรค์ใหม่ได้ตลอดเวลา ผ่านการผสมผสานที่ทุกเมล็ดพันธุ์และแหล่งเพาะปลูกเป็นได้หมด ลองเปิดใจให้กับกาแฟแห่งการผสมผสานดูสักครั้ง รู้ตัวอีกทีคุณอาจจะพบว่าการดื่มกาแฟของตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกเลย

Share on Facebook
Share on Line