สำหรับผู้รักการดื่มกาแฟ นอกเหนือจากต้องคัดสรรเมล็ดกาแฟกันอย่างพิถีพิถัน หนึ่งในสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกสรร ‘เครื่องชงกาแฟ’ ที่ใช่และตอบโจทย์ที่สุด แต่การเลือกเครื่องชงกาแฟ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักโดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่อาจยังไม่ค่อยเข้าใจกลไกและหลักการทำงานของเครื่องชงกาแฟ มีข้อสำคัญใดควรรู้บ้าง ก่อนเลือกซื้อ วันนี้ Aroma รวบรวมมาให้แล้ว
1. องค์ประกอบสำคัญของเครื่องชงกาแฟ
เครื่องชงกาแฟในปัจจุบันมีหลากหลายประเภทด้วยกัน อาทิ เครื่องชงแบบดริป (Drip Coffe), เครื่องชงแบบฝรั่งเศส (French Press), เครื่องชงชนิดกาต้มกาแฟ (Moka Pot) แต่ชนิดที่เป็นที่นิยมทั้งเชิงพาณิชย์และใช้งานส่วนตัวมากที่สุด คือ เครื่องชงกาแฟแรงดัน หรือที่มักเรียกว่า เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ (Espresso Machine) ซึ่งก็มีทั้งแบบปกติและแบบอัตโนมัติ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญที่มือใหม่ กำลังเลือกซื้อ ควรรู้จักและทำความคุ้นเคย ได้แก่
1.1 หัวกรุ๊ป หรือ หัวชง: หัวชง คือ บริเวณที่ยึดของก้านชง ทำหน้าที่จ่ายและกระจายน้ำเพื่อสกัดกาแฟออกมาสู่แก้วชง
1.2 ก้านสตรีม: ก้านสตรีมถูกออกแบบมาเพื่อปล่อยแรงดันน้ำจากหม้อต้มออกมาเพื่อใช้สำหรับการสตรีมนม
1.3 หม้อต้ม: หม้อต้ม คือ หม้อสำหรับให้ความร้อนน้ำ ทำให้น้ำที่อยู่ในหม้อต้มมีอุณหภูมิถึงจุดที่ตั้งไว้ และรักษาอุณหภูมิให้คงที่
ในแต่ละเครื่องชงกาแฟ จึงมีระบบควบคุมอุณหภูมิของหม้อต้มด้วย เพื่อคอยป้องกันและควบคุมความร้อนของหม้อต้มให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ยิ่งแบรนด์ใดเลือกใช้ระบบคุณภาพสูง ก็ยิ่งมีผลต่อราคา โดยที่นิยมมีอยู่ 2 ระบบ ได้แก่
Thermostat และ Pressurestat
ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิและแรงดันสำหรับหม้อต้มด้วยกลไกของการขยายและหดตัวของโลหะ มีกระบวนการโดยสังเขป คือ เมื่อความร้อนของหม้อต้มสูงขึ้น โลหะภายใน Thermostat จะขยายตัว และเมื่อขยายตัวจนถึงจุดที่ตั้งไว้ ระบบกลไกก็จะตัดการทำงานของหม้อต้ม เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิให้เหมาะสม
ส่วน Pressurestat ก็จะทำงานคล้ายคลึงกัน คือ เมื่อความร้อนของหม้อต้มสูงขึ้น แรงดันไอน้ำจากหม้อต้มจะถูกส่งเพื่อดันสวิต์ และเมื่อมีแรงดันสูงกว่าที่ตั้งไว้
เมื่อมีแรงดันไอน้ำจากหม้อต้มไปดันสวิสต์เมื่อหม้อต้มมีแรงดันสูงกว่าที่ตั้งไว้ ระบบกลไกก็จะตัดการทำงานของหม้อต้ม เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิให้เหมาะสม
มักถูกใช้งานในเครื่องชงกาแฟมาตรฐาน ระดับการใช้งานส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ทั่วไป
Proportional Integral Derivative (PID)
ระบบควบคุมอุณหภูมิหม้อต้มที่ช่วยรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่และง่ายดายกว่าเดิม มักถูกใช้งานในเครื่องชงกาแฟระดับการใช้งานส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ที่มีความซับซ้อนขึ้นมาหน่อย เช่น ในเครื่องชงกาแฟที่มีหลายหัวชง เช่น WEGA MY CONCEPT EVD 3 GR เครื่องชงกาแฟ ความจุหม้อต้มน้ำ 13 ลิตร, หัวชง 3 หัว, ก้านทำโฟมนม 2 ก้าน พร้อมระบบ PID Technology สำหรับควบคุมอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ในการชงกาแฟให้คงที่อยู่เสมอ (+-/0.1)
1.4 ปั๊มน้ำ: ปั๊มน้ำในเครื่องชงกาแฟ ทำหน้าที่จ่ายน้ำเข้าหม้อต้มและสร้างแรงดันสำหรับการสกัดกาแฟ ช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีต้องการชงกาแฟบ่อยและต่อเนื่อง ผู้ใช้งานไม่ต้องมาคอยเติมน้ำเอง ส่วนใหญ่จึงมีในเครื่องชงกาแฟขนาดกลาง-ใหญ่ ในขนาดเล็ก-ใช้งานส่วนตัวจึงไม่ค่อยมีปั๊มและเป็นระบบเติมน้ำเอง โดยปั๊มน้ำที่นิยมมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่
ปั๊มแบบสั่น (Vibration Pump)
ใช้ลูกสูบและพลังงานแม่เหล็กในการดึงลูกสูบเดินหน้าถอยหลังทำให้เกิดแรงดัน มีข้อดีคือขนาดเล็ก ใช้พื้นที่น้อย จึงราคาถูก แต่เพราะมีการเคลื่อนที่เข้าออก จึงอาจทำให้แรงดันที่ได้ไม่เสถียร มักใช้ในเครื่องระดับมาตรฐาน
ปั๊มแบบโรตารี่ (Rotary Pump)
ทำงานด้วยระบบมอเตอร์ ทำให้มีขนาดใหญ่, ความเสถียร ตลอดจนราคาสูงกว่าแบบสั่น มักใช้ในเครื่องระดับ Commercial
2. ปัจจัยที่มีผลต่อ ‘ราคา’ เครื่องชงกาแฟ
จากข้อมูลข้างต้น หลายคนคงเริ่มเห็นว่าองค์ประกอบแต่ละส่วนของเครื่องชงกาแฟล้วนมีผลต่อราคา ยิ่งแบรนด์ใดใช้วัสดุคุณภาพสูง ราคาผลิตภัณฑ์ก็ยิ่งสูงขึ้น แต่การที่เครื่องชงกาแฟแต่ละเครื่องต้องเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงก็มิใช่เพื่อความเสถียรทั่วไป แต่มีหัวใจสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องสามารถชงกาแฟให้ได้คุณภาพเท่ากันทุกแก้วอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเครื่องสามารถช่วยให้ชงกาแฟได้คุณภาพเท่ากันอย่างต่อเนื่องได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีราคาสูง โดยปัจจัยที่มีผลต่อหัวใจหลักตรงนี้ก็ประกอบด้วยหลายอย่างตั้งแต่จำนวนหัวชง, ประเภทระบบเครื่อง, ประเภทปั๊มน้ำ ฯลฯ
3. เครื่องบดกาแฟ คู่หูสำคัญของเครื่องชงกาแฟ
นอกเหนือจากปัจจัยด้านบน อีกหนึ่งข้อควรรู้แน่นอนว่าคือความสำคัญของ ‘เครื่องบดกาแฟ’ ซึ่งมีความจำเป็นในเครื่องทำกาแฟสด เนื่องจากเครื่องส่วนใหญ่จะไม่มีระบบบดกาแฟในตัว ยกเว้น บางเครื่องที่เป็นระบบอัตโนมัติ เช่น เครื่องชงกาแฟสำนักงานส่วนใหญ่ จะเป็นแบบอัตโนมัติ มีเครื่องบดมาให้เลย ช่วยอำนวยความสะดวก แต่ถ้าเป็นคอกาแฟหรือสำหรับร้านกาแฟที่เน้นสูตรและรสชาติ ส่วนใหญ่ก็จะใช้เครื่องชงปกติและเครื่องบดต่างหาก เพราะการบดนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ บดละเอียดมากน้อยมีผลต่อรสชาติและสูตรของแต่ละร้าน
