คุณประโยชน์ของ ‘ผงโกโก้’ และวิธีการเลือก ‘ผงโกโก้’ ให้ตรงใจ

คุณประโยชน์ของ ‘ผงโกโก้’ และวิธีการเลือก ‘ผงโกโก้’ ให้ตรงใจ

นอกจากจะมีรสชาติเป็นที่ถูกใจของผู้คนทั่วโลก โกโก้ (cocoa) ยังมีสรรพคุณทางสุขภาพมากมายต่อผู้บริโภค วันนี้ AROMA ขอพาทุกท่านมาศึกษาและทำความรู้จักโกโก้ คุณประโยชน์ และวิธีการเลือกผงโกโก้ให้ตรงกับการใช้งานกันมากขึ้นอีกสักนิด จะมีข้อควรรู้ใดบ้าง มาเริ่มกันเลย

ทำความรู้จัก ‘โกโก้’ (cocoa)

โกโก้ (cocoa) หรือในชื่อวิทยาศาสตร์ Theobroma cacao L. จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของลำต้นประมาณ 3-13 เมตร มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ ‘เมล็ดโกโก้’ ซึ่งอยู่ภายใน ‘ผลโกโก้’ โดยประมาณ 20-26 เมล็ดต่อผล และนิยมนำมาแปรรูปเป็น ‘วัตถุดิบสำคัญ’ มากมาย เช่น ผงโกโก้ (cocoa powder) เนยโกโก้ (cocoa butter) เนื้อโกโก้ (cocoa mass) หรือ ช็อกโกแลต (chocolate)

โดยในส่วนของการแปรรูปเป็นผงโกโก้ กระบวนการส่วนใหญ่จะเริ่มจากการนำเมล็ดโกโก้มาคั่วด้วยความร้อน จากนั้นนำมาบดจนละเอียดกลายเป็นผงที่เรียกกันว่า ‘ผงโกโก้’ ในระหว่างการแปรรูป ผู้ผลิตบางราย เช่น อโรม่า ยังอาจมีกระบวนการแปรรูปเฉพาะพิเศษของตนเอง ที่สามารถช่วยพัฒนาให้ผงโกโก้มีรสชาติกลมกล่อมและหอมหวานยิ่งกว่าเดิม หรือเหมาะสมเฉพาะกับการสร้างสรรค์บางเมนู เช่น สำหรับการทำคุกกี้ เค้ก และหรือสำหรับการทำเครื่องดื่ม

คุณประโยชน์ของผงโกโก้ (cocoa)

ด้วยการถูกแปรรูปมาจากเมล็ดโกโก้ที่อุดมด้วยสารที่มีคุณประโยชน์มากมายโดยตรง ผงโกโก้เองจึงมีสรรพคุณและคุณประโยชน์ต่อสุขภาพต่อผู้บริโภคไม่น้อย อาทิ

อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

โกโก้อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถช่วยบรรเทาการอักเสบ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ลดความดันโลหิต และควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเส้นเลือด อย่างไรก็ดี ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตหรือการแปรรูปของผู้ผลิตว่ามีการใช้ความร้อนหรือกระบวนการผลิตที่อาจลดทอนสารโพลีฟีนอลในโกโก้หรือไม่ โดยยิ่งการผลิตมีความใส่ใจและมาตรฐานมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะสามารถรักษาคุณสมบัติพิเศษนี้ของผงโกโก้

ช่วยปรับสภาพอารมณ์

ผลการศึกษาจำนวนมากพบว่าการดื่มโกโก้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมการทดลองมีสภาพอารมณ์ที่ดีขึ้นและรู้สึกเครียดน้อยลง ซึ่งมีการสรุปผลว่าอาจเป็นผลจากสารฟลาโวนอยด์ (flavanols) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยปรับสภาพอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ

ช่วยบำรุงสมองและบำรุงระบบประสาท

จากผลการศึกษาพบว่า สารฟลาโวนอยด์ในโกโก้ยังช่วยกระตุ้นการผลิต ‘สารไนตริกออกไซด์’ (nitric oxide) ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้กล้ามเนื้อเส้นเลือดผ่อนคลายตัวลงและส่งผลให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่ระบบประสาทและสมองได้ดีขึ้น

ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

นอกเหนือจากการช่วยลดความดันโลหิต ผลการศึกษาจำนวนมากยังพบว่าส่วนประกอบหลายอย่างในโกโก้ เช่น สารฟลาโวนอยด์ สารไนตริกออกไซด์สามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ งานวิจัยจำนวนหนึ่งยังพบว่าโกโก้ช่วยลดปริมาณไขมันเลว (LDL cholesterol) ในร่างกายและอัตราความเสี่ยงโรคหัวใจตามลำดับ

ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ผลการศึกษาหนึ่งพบว่ากลุ่มผู้เข้าร่วมที่บริโภคโกโก้ที่ปริมาณ 42 กรัม ต่อวันสามารถลดน้ำหนักได้เร็วกว่ากลุ่มผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้บริโภคโกโก้ สอดคล้องกับอีกสองผลการศึกษาที่ระบุว่าการบริโภคโกโก้ที่มีคุณภาพและในระดับที่พอดีสามารถช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย ลดความหิว เพิ่มการออกซิเดชันของไขมัน และช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกอิ่ม

วิธีการเลือก ‘ผงโกโก้’ ให้ตรงกับการใช้งาน

1. พิจารณาปริมาณไขมันของผงโกโก้

หลายคนอาจไม่ทราบว่าในการเลือกผงโกโก้ที่ใช่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ต้องดูก็คือปริมาณไขมันของผงโกโก้ หรือ ที่มักเรียกกันว่าสัดส่วน Cacoa Butter ที่จะมีระบุอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์ มักแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) สัดส่วน 10-12%และ 2) สัดส่วน 20-24% โดยหากยิ่งต้องการทำขนม ก็ยิ่งควรเลือกที่มีปริมาณไขมันสูง (กลุ่มที่ 2 – 20-24%) เช่น COCOA POWDER REDDISH DARK BROWN COLOUR ตรา Aroma ที่มีปริมาณของ Cacoa Butter อยู่ถึง 20-22%

2. ต้องการเป็นแบบวัตถุดิบอาหารหรือแบบสำเร็จรูป

ผงโกโก้ในท้องตลาดส่วนใหญ่แน่นอนว่ามีทั้งแบบเป็นวัตถุดิบอาหารและแบบสำเร็จรูป ใครที่ต้องการแบบพร้อมชงหรือพร้อมดื่ม จึงอาจต้องดูให้ดีว่าผลิตภัณฑ์โกโก้ที่เราเลือกเป็นแบบไหน ใช่แบบสำเร็จรูปหรือเปล่า ผงโกโก้สำเร็จรูปคุณภาพ เช่น COCOA POWDER สูตร 2 ตราอโรม่า มีส่วนผสมของโกโก้ชั้นดี ครีมเทียม และน้ำตาล พร้อมสำหรับการชงและดื่มในทันที

Share on Facebook
Share on Line