5 ข้อควรรู้! สำหรับผู้ที่รักการดื่มชาเป็นประจำ

5 ข้อควรรู้! สำหรับผู้ที่รักการดื่มชาเป็นประจำ

เครื่องดื่มที่ทุกคนรู้จักกันดีและมีหลาย ๆ คนดื่มเป็นประจำก็คงหนีไม่พ้นกาแฟ อย่างไรก็ตามมีอีกหลายท่านที่เลือกดื่มชา ไม่ว่าจะเป็นเพราะเรื่องของสรรพคุณ รสชาติ หรือความสามารถในการนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ ทำเป็นเครื่องดื่มแสนอร่อยถูกใจวัยรุ่นอย่าง ‘ชานมไข่มุก’ ว่าแต่…ทีเลิฟเวอร์ทั้งหลายทราบหรือไม่? ถึงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับชา ทั้ง 5 ข้อต่อไปนี้ที่ AROMA นำมาฝาก มาดูกันเลย

1. ประโยชน์รอบด้านของการดื่มชา

ในน้ำชานั้นไม่ว่าจะเป็นชาเขียวหรือชาดำก็มีสารประกอบที่เป็นประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามิน B, C, E, กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระ Catechin (แคทีชิน) ที่ช่วยให้ร่างกายต่อต้านโรคร้ายได้หลายโรค และสารตัวนี้มีความพิเศษสามารถช่วยความอ้วนได้โดยเฉพาะในชาเขียว เพราะแคทีชินจะมีฤทธิ์เพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกายได้มากถึง 3-11 เปอร์เซ็นต์ ประโยชน์ของชาไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะยังสามารถช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกายได้ ชะลอหน้าแก่ได้ด้วยสารอนุมูลอิสระต่างๆ มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยคนที่ท้องผูกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในน้ำชายังมีฟลูออไรด์ทำให้ฟันแข็งแรงป้องกันฟันผุ เสริมความจำของสมองได้ และมีคาเฟอีนช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์เหลือล้นเกินจะนับไหวเลยทีเดียว

2. ดื่มชามาก ๆ บ่อย ๆ อาจไม่ได้ดีอย่างที่คิด

อาหารหรือเครื่องดื่มทุกอย่างเมื่อบริโภคมากเกินความจำเป็นของร่างกายย่อมมีโทษตามมาเสมอ จากผลงานวิจัยของ New England Journal of Medicine พบว่าการดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไปอาจก่อให้เกิดนิ่วในไตได้และถึงขั้นไตวายได้ เนื่องจากชานั้นมีสารที่เรียกว่า Oxalate (ออกซาเลต) หากรับประทานเป็นประจำทุกวันในปริมาณมาก ออกซาเลตจะตกผลึกสะสมในไตและกระเพาะปัสสาวะทำให้เป็นนิ่ว นอกจากนี้มันยังยับยั้งการดูซึมแคลเซียมและแร่ธาตุหลายชนิดในกระแสเลือดอีกด้วย ฉะนั้นควรดื่มชาในปริมาณที่แนะนำต่อวัน ผู้ที่มีโรคไตควรหลีกเลี่ยงการดื่มในปริมาณที่สูงในแต่ละวัน

นอกจากนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ยังได้ออกมาเตือนอีกด้วยว่าผู้ที่มีอาการท้องอืดบ่อย ดังนั้นเด็ก สตรีตั้งครรภ์ และผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชา เพราะจะยิ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เป็นผลเสียต่อสุขภาพนั่นเอง

3. ดื่มชาผสมนม ช่วยได้มากกว่าจริงหรือ?

นมและชาต่างก็เป็นเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ เมนูเครื่องดื่มสุดฮิตอย่างชานมไข่มุกก็เป็นที่ถูกใจใครหลายคนอีกด้วย แต่จริงๆ แล้วนั้นโปรตีนในนมนั้นจะไปขัดขวางประสิทธิภาพของชา ไม่ว่าจะเป็นชาร้อนหรือเย็น ฉะนั้นทางที่ดีก็ควรดื่มชาเปล่าๆ จะดีกว่า หรือหากท่านใดที่ต้องการชารสชาติเข้มข้นก็สามารถรับทาน โฮจิฉะ (Hojicha) หรือ มัทฉะ (Matcha) คุณภาพแท้จากญี่ปุ่นที่ทาง AROMA มีจำหน่าย เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

4. ชาไม่ได้ป้องกันหรือรักษามะเร็ง

ความเชื่อหนึ่งที่อยู่กับคนไทยมานานนั้นก็คือ ‘ชาช่วยป้องกันมะเร็ง’ เป็นความเชื่อที่มีทั้งกับชาวญี่ปุ่นและชาวจีน เพราะยอดใบชานั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม อ.สง่า ดามาพงศ์ นักโภชนาการ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานหรือผลวิจัยใดๆ ยืนยันว่าการดื่มชาเขียวจะสามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งในคนได้ ในทางกลับกันน้ำชาที่มีฟลูออไรด์ในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดการสะสมของโรคร้าย เกิดปัญหาเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ โรคกระดูกพรุน และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกระดูกได้ ดังนั้นผู้ที่รักในการดื่มชาก็ควรทราบถึงสุขภาพร่างกายของตนเอง และเลือกดื่มชาในปริมาณที่เหมาะสม และมีคุณภาพ อย่างชาจาก AROMA

5. ดื่มชาอย่างไรให้มีสุภาพดี เฮลธ์ตี้สุดๆ

ไม่ว่าใครๆ ที่ดื่มชาก็ต้องการความอร่อยพร้อมๆ กับการได้รักษาสุขภาพ AROMA ขอแนะนำว่า การดื่มชาเพื่อสุขภาพที่ดีควรดื่มหลังรับประทานอาหารไปแล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ชาไปกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะช่วยย่อยอาหารที่มีวิตามินให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ง่ายขึ้น และควรดื่มชาเขียวหลังมื้ออาหารเช้าจะดีที่สุด เพราะหากดื่มในเวลาอื่นอาคาเฟอีนอาจอาจทำให้คุณนอนไม่หลับไปทั้งคืน

การดื่มชาเขียวจากบรรจุภัณฑ์ที่เป็นขวดต่างร้านสะดวกซื้ออาจเป็นทางเลือกที่ง่ายสำหรับหลายๆ ท่าน แต่ก็อาจแลกมาด้วยชาที่ผ่านการเจือจางจนไม่เหลือสรรพคุณหรือชาที่เติมน้ำตาลในปริมาณมากๆ ฉะนั้นการชงชาดื่มเองจะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะนอกจากจะสามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลได้แล้ว ยังได้ชาที่สดใหม่อีกด้วย

Share on Facebook
Share on Line